ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด ได้กำหนดจัดโครงการสัมมนาสหกรณ์สมาชิก “การบริหารงานสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาการทุจริต ในสหกรณ์ออมทรัพย์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

         

ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด ได้กำหนดจัดโครงการสัมมนาสหกรณ์สมาชิก “การบริหารงานสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาการทุจริต ในสหกรณ์ออมทรัพย์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ขึ้น ระหว่างวันที่ 1 – 3 กรกฎาคม 2565 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมี พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด เป็นประธานเปิดการสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งมีการบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “การทุจริตในสหกรณ์ พร้อมยกตัวอย่างความเสียหายตลอดจนความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้อง” โดย นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย พร้อมแชร์ประสบการณ์ที่พบการทุจริตในสหกรณ์ จาก พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผู้บังคับการกองอุทธรณ์ และแชร์ประสบการณ์ที่พบการทุจริตในสถาบันการเงิน โดย ดร.สุปรียา พิพัฒน์มโนมัย ที่ปรึกษา คณะทำงานสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการตำรวจและลูกจ้างประจำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

      โดยการจัดสัมมนาเป็นการบรรยายให้ความรู้และยกตัวอย่างการทุจริตของสหกรณ์ที่ประสบปัญหาหลังจากการบรรยายแล้วจะเป็นการแบ่งกลุ่ม เพื่อให้แต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งผู้เข้าร่วมการสัมมนาในแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยสรุปออกเป็นประเด็นที่น่าสนใจและสามารถนำไปวางมาตรการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ดังนี้

  1. โครงสร้างผู้บริหารสหกรณ์ที่จะส่งผลการทุจริตต่อองค์กร

โครงสร้างผู้บริหารสหกรณ์แบ่งเป็นคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ซึ่งการกำหนดโครงสร้างของสหกรณ์เป็นไปตาม พรบ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 ซึ่งได้กำหนดให้คณะกรรมการสหกรณ์มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการสหกรณ์ และที่มาของการสรรหาคณะกรรมการนั้นมีรูปแบบคือ มาจากการเลือกตั้งและมาจากการแต่งตั้งตามวัฒนธรรมของแต่ละองค์กรหรือการจัดสรรโควต้า ซึ่งที่มาของคณะกรรมการนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน คือ

  • คณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง

ข้อดี

  • ความเป็นประชาธิปไตยและเป็นที่ยอมรับของสมาชิก ซึ่งสมาชิกทุกคนมีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกัน
  • บริหารงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์และตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสมาชิกได้ดี
  • มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งตามวาระ

ข้อเสีย

  • ขาดความรู้ ความสามารถตลอดจนความน่าเชื่อถือ และอาจไม่มีเวลาให้กับการทำงานให้กับสหกรณ์อย่างแท้จริง
  • มีการแบ่งกลุ่มสร้างฐานอำนาจ หรือแบ่งพรรค แบ่งพวก และมีอัตราการแข่งขันสูง
  • ขาดอำนาจการสั่งการไม่เป็นไปตามระเบียบฯ และความร่วมมือจากแต่ละหน่วยงาน 
  • คณะกรรมการที่จัดสรรโควต้าหรือการแต่งตั้ง

ข้อดี

  • ต้องผ่านการคัดสรรจากคณะกรรมการสรรหา โดยการเลือกมาจากผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วยงาน
  • มีอำนาจในการจัดการ สั่งการได้รวดเร็ว และมีความสะดวกในการประสานงาน
  • การหมุนเวียนในการดำรงตำแหน่ง

ข้อเสีย

  • การย้ายหน่วยงาน ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการบริหารงาน
  • ขาดความรู้ ความชำนาญในการบริหารงานสหกรณ์
  • สมาชิกไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเห็นหรือโต้แย้งในการทำงาน ทำให้ขาดอิสระทางความคิดหรือความต่อเนื่องในการบริหารงาน
  1. พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการทุจริตและความเสียหายในสหกรณ์

ในการบริหารงานสหกรณ์หรือการปฏิบัติงาน อาจมีปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เป็นสาเหตุของการทุจริตไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารงาน ด้านนโยบาย ด้านการปฏิบัติงาน เช่น การเงิน บัญชี สินเชื่อ ซึ่งถ้าหากสหกรณ์ไม่มีการควบคุมภายในที่ดีก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ โดยพฤติกรรมที่เป็นสัญญาณบอกเหตุแห่งการทุจริตดังนี้

  1. นโยบายการหาเสียงของผู้สมัครกรรมการสหกรณ์
  2. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบว่าด้วยเงินให้กู้ยืม การขยายวงเงินกู้ ระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ และอำนาจการอนุมัติ
  3. การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สหกรณ์โดยมิชอบตามระเบียบ การจงใจหรือละเลยปล่อยให้ฝ่ายจัดการกระทำการในอำนาจของคณะกรรมการ
  4. เงินสดขาดบัญชี หรือเกินบัญชีบ่อยครั้ง หรือมีการตกแต่งบัญชีไม่ตรงตามข้อเท็จจริง หรือมีการเซ็นเช็คล่วงหน้า / ไม่ขีด “หรือผู้ถือ”
  5. การจัดทำบัญชีไม่เรียบร้อยเป็นปัจจุบัน หรือไม่มีการตรวจนับเงินสด / บัญชี ทุกวัน การทำรายการบัญชีปิดยอดก่อนวันสิ้นปี
  6. มีการแก้ไขหรือยกเลิกใบเสร็จบ่อยครั้ง การใช้จ่ายเงินเกินความจำเป็น การถอนเงินฝากสมาชิก การแปลงหนี้สมาชิก การเอาชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกมาขอกู้ยืมเงินโดยมีการปลอมแปลงหลักฐาน
  7. พนักงานคนเดียวทำหน้าที่หมดทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่แบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน หรือไม่มีการหมุนเวียนหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นช่องทางทุจริต
  8. มีการนำเคลือญาติ ลูก หลานของกรรมการเป็นพนักงานสหกรณ์ หรือเป็นกรรมการทำให้เกิดการผูกขาด และใช้ความสนิทสนมในการดำเนินงาน
  9. มีการดำเนินงานในลักษณะปิดบังซ่อนเร้น ไม่มีระบบการควบคุมภายในหรือไม่มีการคานอำนาจในการสั่งจ่ายเงิน
  10. ลูกหนี้ผิดนัดมีสัมพันธ์กับผู้ให้สินเชื่อในสหกรณ์ มีการปลอมหลักฐานในการทำธุรกรรม หรือการจ่ายเงินกู้ของสหกรณ์ ยังมีการจ่ายเงินสดไม่ผ่านธนาคาร หรือการมอบหมายให้บุคคลอื่นรับเงินแทน
  11. การปฏิบัติงานแทนกันของเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ในการปฏิบัติงาน มีการทำธุรกิจส่วนตัวของกรรมหรือพนักงานของสหกรณ์
  12. ไม่มีระบบการควบคุมเอกสารที่สำคัญ หรือการดำเนินงานนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ในข้อบังคับของสหกรณ์แต่ละประเภท

      3. แนวทางแก้ไขปัญหา

  1. การกำหนดระเบียบหรือหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานให้ละเอียด รอบคอบ มีการปรับปรุงระเบียบให้เหมาะสม ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ การกำหนดระยะเวลาของเว้นวรรคในตำแหน่ง
  2. ต้องมีการแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมเป็นผู้ตรวจสอบภายใน มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ติดตามการปฏิบัติงาน และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการเป็นประจำ
  3. เหรัญญิกต้องมีการควบคุม กำกับ และตรวจสอบการปฏิบัติงานและทะเบียนคุมการสั่งจ่ายเช็คอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งสอบทาน กระทบยอดเงินรายรับ-รายจ่ายเมื่อสิ้นวันปิดทำการและวันปิดสิ้นเดือน
  4. จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของแต่ละส่วนงาน ทำผัง กำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการดำเนินการหรือขั้นตอนของการปฏิบัติงานในแต่ละเรื่อง จัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่คณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการ ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบการทำงานอย่างสม่ำเสมอ 
  5. จัดให้มีการหมุนเวียน สับเปลี่ยนการทำหน้าที่ของฝ่ายจัดการหรือผู้ปฏิบัติงานตามความเหมาะสม เพื่อเรียนรู้ระบบงานภายในสหกรณ์ ให้สามารถทำงานแทนกันได้ ทั้งยังเป็นการปอ้งกันมิให้ผู้ปฏิบัติงานทุจริตหรือปกติดกระกระทำความผิดของตนเอง
  6. มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบ ระบบโอนเงิน หรือทำ Application ระบบสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกเข้าถึงและสามารถตรวจสอบ หุ้น / ยอดหนี้ / เงินฝาก และเพิ่มช่องทางในการร้องเรียนและแสดงความคิดเห็นได้